|
องค์นี้เป็นบางขุนพรมกรุใหม่
ที่ผิดพิมพ์นิดหน่อย แต่โคตรแท้ครับ มีตราวัดใหม่อมตรส มีแสงพุทธคุณ ทุกอย่างครบ อย่างไม่เคยเจอมาก่อน
สาธุ( ที่ผมล้อมกรอบไว้คือขอบเขตของแสงพุทธคุณ)
จากที่ผมศึกษาพระสมเด็จบางขุนพรมมา ก็พอจะเข้าใจว่าสมเด็จบางขุนพรมมีหลายพิมพ์ หลายแบบ มีทั้งกรุ
เจดีย์ใหญ่ และกรุเจดีย์เล็ก
มีทั้งของปลอมและของแท้มากมาย จึงอยากให้ผู้ที่จะศึกษาได้อ่าน ว่าความจริงมีดังนี้
พระสมเด็จบางขุนพรมสร้างในปีพ.ศ.2413-2414ประมาณนั้น และได้มวลสารจากสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
คือผง พุทธคุณ เพียงครึ่งบาตร แต่เป็นพิมพ์ที่รีบทำ จึงทำให้ช่างที่แกะพิมพ์เก็บรายละเอียดไม่หมด
และเวลาทำน้อย จึงต้องปั้มแล้วตัดขอบที่หลัง
ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง(จากการคำนวณของผม 84000
องค์ มีเวลา 2
เดือน
ยังไม่รวมเวลาที่ต้องเตรียมหามวลสารต่างๆอีก เวลาแกะพิมพ์อีก เท่ากับต้องปั้มพระวันละ 1400 องค์
และสมเด็จท่านก็ไม่มีเวลามาโรยผงพุทธคุณตลอดเวลา เพราะท่านต้องปฏิบัติธรรม เวลาผสมก็ต้องรีบทำรีบตัด
ไม่ยั้งงั้นปูนเปลือกหอยแห้งแน่)
วิธีดู พระสมเด็จบางขุนพรม
1.เนื้อปูนจะเยอะ (เพราะผงพุทธคุณน้อย)
2.พิมพ์ตื้นและมีคราบกรุ
3.เนื้อแข็งแกร่ง ไม่หักง่าย (เพราะแก่ปูนเปลือกหอย)
4.พิมพ์สวยดูสบายตา
5.ขนาดขององค์พระ ต้องมีขนาดสูง 3.5 ซม. ฐานกว้าง
2.5 ซม. ความหนา 0.5 ซม.(ไม่ต้องสนใจพิมพ์มากนัก)ใครจะมัวกะอยู่
6.ต้องมีแสง ของผงพุทธคุณ (เหมือนแสงของสมเด็จวัดระฆัง แต่น้อยกว่า)
วิธีพิสูจน์
พระสมเด็จบางขุนพรมแท้ (หรือที่ไม่เข้าพิมพ์)
1.เวลาจับพระ ให้จับมือขวาเท่านั้น (มือซ้ายป้ายขี้)
2.หันหน้าไปทางวัดอินทรวิหาร
3.พนมมือพร้อมทั้งพระ ตั้งนะโมฯ
3จบ พร้อมทั้งกล่าวคำขออนุญาตในการทดสอบกับสมเด็จโต
4.หากระจกหรือแก้วน้ำมาวาง(ห้ามวางกับพื้น)จับพระ
ปล่อยท่านลงมา โดยให้สูงจากกระจกหนึ่งศอก
5.ปล่อยเลย! แล้วฟังเสียง(ต้องได้ยินเสียงคล้ายเหรียญบาทตกใส่พื้น[ดังกริ๊ง]ลองสักสองสามครั้ง เกิดจากความแน่นขององค์พระอายุร้อยกว่าปี
และมวลสาร)ของแท้
(แต่ถ้าดังแปะหรือแตกหัก)ของปลอม
6.จากนั้นทดสอบแสงพุทธคุณ(การที่จะเห็นแสงพุทธคุณนั้น มีเทพกับผีและมนุษย์บางคน)เดี๋ยวค่อยอ่านนะ
จะบอก
7.ถ้าได้ยินเสียงกริ๊งแล้วและคิดว่าชัวส์
ก็ทำขั้นตอนต่อไป
8.เอาพานมา ปูผ้าขาวแล้วเอาพระบางขุนพรมใส่ จุดธูป
9 ดอก นะโมฯ 3 จบ
10.อันเชิญขึ้นบูชา (ต้องมีดอก ดาวเรือง ดอกรัก
ดอกมะลิ บูชา 3วันพระ)
11.เอาบางขุนพรมของท่าน เอามาดม
จะมีกลิ่นมะลิ(เพราะว่ามวลสารในองค์พระจะดูดกลิ่นมะลิเท่านั้น)
12.ดีใจด้วยครับ!!!!พระคุณแท้แล้ว(แต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะ
เพราะต้องเช็คแสงอีก)
-แสงคืออะไร บางคนสงสัย? แสงคือแสงจากผงพุทธคุณในองค์พระนั้นเอง
เหมือนที่รัชกาลที่5ทรงสวมพระสมเด็จวัดระฆังที่ฝรั่งเห็นนั้นเอง (ตามที่เทพประจำตัวผมบอกว่า แสงนี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผงพุทธคุณ
บางองค์มาก บางองค์น้อย ถ้าเป็นพระที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เช่น
ขโมยเขามาก็จะเสื่อมไป เท่ากับไม่มีอะไรเลย กันอะไรไม่ได้ ถึงจะแท้ก็เถอะ แต่ถ้าได้มาอย่างถูกต้อง โดยการแลกเปลี่ยนก็อยู่ครบ
วิธีตรวจแสงพุทธคุณ
ผมบอกแล้วว่าวิธีตรวจแสงพุทธคุณ ทำได้อยากมาก แต่ก็ทำได้
-วิธีที่1.เอาปืนยิงตัวเองดู ถ้าเข้าปลอม(ไม่สนับสนุน)
-วิธีที่2.ให้พวกเข้าทรงดู
-วิธีที่3.เอาไปแขวนกับคนป่วย
ถ้าคนหายแสดงว่าแท้ ( หรือฝนพระให้กิน
หรือแช่น้ำให้กิน)
-วิธีที่4.เอาไปไว้กับงูมีพิษ
ถ้างูเลื้อยหนี หรือเลื้อยห่างไม่เข้าใกล้(แท้แน่) แต่ถ้างูเลื้อยข้าม(ปลอมแท้ๆ)
[ผงพุทธคุณ
คือ ผงพระคาถาต่างๆที่ท่านพระพุฒาจารย์โต ทรงเขียนบนกระดานชนวน แล้วลบออก
หนึ่งในนั้นคือพระคาถาป้องกันอสรพิษ
เป็นพระคาถาที่มีอายุหลายพันปี
โดยคนสมัยโบราณเรียกว่า
พระคาถา “พญาครุฑจะเดิน”
ขนาดพญานาคยังหลบ นับประสาอะไรกับงู ] (วิธีนี้ดีที่สุด)
ถ้าแท้
ก็ปฏิบัติดังนี้:
1.ถือศีล 5 (ถ้าทำได้)
2.ต้องบูชาทุกวันพระ มีดอกมะลิด้วยนะ
3.ห้ามลอดราวผ้า
4.ห้ามลอดสะพานคอขาด(สะพานหัวเดียวที่ทอดลงไปในแม่น้ำ)
5.ตอนแขวนพระห้ามมีอะไรกับผู้หญิง
6.ห้ามลอดใต้ถุนบ้าน(บ้านยกพื้น)
7.ตอนแขวน ต้องอาราธนาทุกครั้ง(นะโมฯ 3 จบ, พุทธัง อาราธนานัง , ธัมมัง อาราธนานัง
, สังฆัง
อาราธนานัง .ขอพรพระ
7.ศรัทธา......และศรัทธา.......และศรัทธา..สาธุ...สาธุ...สาธุ...
สรุป
เวลาหาพระสมเด็จมาบูชา ก็ให้หาบางขุนพรมปี2500ดีกว่า เพราะว่าไม่ได้ขโมยมา พุทธคุณยังอยู่ครบพอสมควร (ห้ามเอาพระตกกรุมาเด็ดขาด
ตายทั้งเป็นแน่นอน) จิตที่เป็นสมาธิ
และไม่ใฝ่ในพุทธพาณิชย์
จะบอกคุณเองครับ
พระแท้ โดยชอบ
กอปบัณฑิต
พระแท้ ลักผิด
ชีวิตหาย
พระแท้ รักษาตน ยลบ้านปลาย
พระแท้ ตนแท้ มิเลือนราง (ดั่งสมเด็จท่าน)
ขอขอบคุณท่านทั้งหลายที่ตั้งใจอ่านครับผม เป็นบุญนะ............
สุดท้าย พระที่ยังคงมีพุทธคุณ ที่ยังเหลืออยู่ จะเลือกเจ้าของเอง จะมาหาท่านเอง
อยู่ที่ท่านจะบูชาหรือไหม?
“ ขอผู้มีบุญ ได้บูชา
” สมเด็จ(โต)ท่านกล่าว. |