หลวงปู่ยิ้มได้สร้างวัตถุมงคลเมื่อปี 2475 โดยสร้างให้ครบพระธรรมขันธ์ 84000 องค์เพื่อให้ประชาชนเช่าบูชา และเก็บเข้ากรุ ส่วนมากเป็นพระเนื้อดินเผา พิมพ์ต่างๆ สุดยอดมวลสาร เช่นดินใจกลางนาที่ขุดลงไปลึก หรือดินนวล ดินเจ็ดโป่งเจ็ดป่า ผงวิเศษของหลวงพ่อยิ้ม ว่านต่าง ๆ ที่หลวงพ่อสะสม
วัตถุมงคลเนื้อดินเผาของหลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดในมีดังนี้ พระงบน้ำอ้อยทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พระพุทธชินราชพิมพ์ใหญ่ปีกกว้าง พิมพ์เล็ก 5 เหลี่ยม พระสมเด็จพิมพ์ขัดสมาธิเพชร พิมพ์ปรกโพธิ์ ๗ ชั้น พิมพ์ติดแผง พิมพ์ฐานเลข ๗ พระโคนสมอ พระขุนแผนพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ซุ้มเรือนแก้ว พระชินราชใบพุทราปางสะดุ้งกลับ พระร่วงพิมพ์ใหญ่ กลาง เล็ก พระลีลาข้างจุด พระพิมพ์หลวงพ่อโต พระกลีบบัว พระนางพญาฐานบัว พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก แขนอ่อน พระพิมพ์หยดน้ำ พระพิมพ์ขี่ลิง ขี่ลิงใหญ่ ขี่ลิงหันขาว หันซ้าย นางกวัก สมเด็จปรกโพธิ์ ๕ ชั้น
หลวงปู่จะให้ชาวบ้านนำดินขุยปู และดินนวล ในทุ่งนาที่ขุดลงไปลึกเพื่อให้ได้ดินที่ละเอียดโดยมีข้าวก้นบาตร และเถ้าขี้ธูปที่บูชาพระประธานในโบสถ์ ผง วิเศษที่ท่านลบ และสรรพสิ่งอันเป็นมงคลที่ท่านรวบ รวมมา และท่านได้ใช้มูลดินของกรุงศรีอยุธยา ท่านยังสร้างพระพิมพ์เนื้อดินซึ่งเกิดจากแม่ธาตุทั้งสี่ มาผสมรวมกัน คือธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ นำ บดและนวด และนำมากดใส่ลงในแม่พิมพ์พระที่มีลักษณะเป็นฝา และได้นำด้านหลังที่มีเนื้อดินไปวางโปะลงบนแผ่นไม้กระดานที่ได้เตรียมไว้ แล้วจึงถอดพิมพ์พระออกมาที่ละองค์ หลังจากนั้นจึงตัดแต่งตามตามขอบขององค์พระ บางองค์ก็ไม่ได้ตัดขอบออกซึ่งจะพบเนื้อดินเกินออกมา
การทำพิมพ์พระนั้นจะได้ช่างชาวบ้านในละแวกบ้านเจ้าเจ็ดและละแวกใกล้เคียงมาแกะพิมพ์ให้ โดยแกะจากหินลับมีดโกนของพระ ซึ่งกล่าวกันว่าท่านได้แรงบัลดาลใจมาจากการสร้างพระเครื่องเนื้อดินเผา พระกรุ สมัยโบราณ และบางพิมพ์ได้แกะพิมพ์และขอวิชาจากวัดบางนมโค
หลวงปู่ยิ้มได้ปลุกเสกเดี่ยวครบไตรมาสแล้วจึงนำบรรจุลงกรุเจดีย์รอบๆวัด และเก็บไว้บนหลังคาโบสถ์ บางส่วนที่เหลือก็แจกจ่ายให้กับชาวบ้านละแวกใกล้เคียง พระที่หลวงปู่นำไปใส่กรุไว้นั้น หากหลวงปู่ทำวัตรเช้าแล้วหลวงปู่จะออกมาจากโบสถ์และจะเดินไปยืนสวดพระคาถา ที่หน้าเจดีย์ใหญ่น้อยที่ได้บรรจุพระของหลวงปู่ไว้ทุกครั้งเสมือนได้ว่าหลวง ปู่ได้ทำการปลุกเสกทุกวันหลังจากหลวงปู่ทำวัตรเช้าเสร็จ
พระหลวงปู่ยิ้มนั้นเป็นพระเนื้อดินเผา สีขององค์พระพื้นๆ ก็คือสีอิฐ หรือสีหม้อใหม่ แต่จะพบสีซีดอ่อนได้เนื่องจากพระได้ถูกนำไปเก็บไว้บนกรุใต้หลังคาโบสถ์ทำให้ ได้รับความร้อนสูงจึงทำให้สีออกซีดจางไป เป็นสีชมพูอ่อนๆหรือสีน้ำตาลอ่อนๆ หากพบในกรุใต้ฐานเจดีย์ก็จะมีสีออกไปทางน้ำตาลเข้มขึ้นได้
เนื้อขององค์พระนั้นเป็นพระเนื้อดินเผา ซึ่งดินนั้นได้จากดินขุยปูตามทุ่งนา และดินที่ขุดมาจากทุ่งนาเป็นเนื้อดินละเอียดมาก แต่ก็มีเม็ดกรวดเม็ดทราย เม็ดเล็กเม็ดใหญ่ปนอยู่บ้าง หรืออาจมีเศษเปลือกหอย เศษไม้ปะปนก็มีบ้างเป็นบางองค์ แต่พระหลวงปู่ยิ้ม นั้นเนื้อต้องแห้งและแกร่งมากเนื่องจากความเก่าและอายุมากหลายสิบปี บางองค์หากเผาแล้วจะมีเนื้อแร่ถูกเผาไหม้ติดอยู่ที่องค์พระ (แร่หมัดไฟ)
พระเนื้อดินหลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดใน มีลักษณะรูปพรรณสัณฐานแบ่งเป็นหลายพิมพ์ ซึ่งถ่ายทอดออกมาตามพุทธประวัติ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น หากแต่พระทั้งหมดใช้กรรมวิธีเดียวกันในการสร้างลักษณะจึงคล้ายๆกัน โดยสังเกตทางด้านหลังขององค์พระจะมีรอยเสี้ยนไม้กระดาน ซึ่งเกิดจากการถอดพิมพ์พระโดยการวางด้านหลังของพิมพ์พระซึ่งเป็นเนื้อดิน เหนียวกดลงไปบนไม้กระดานและจึงถอดพิมพ์พระออกมา และตากแดดจนแห้ง ด้านหลังจึงเป็นรอยเสี้ยนไม้กระดานทุกองค์ ชัดเจนบ้างไม่ชัดเจนบ้างนั้นก็สุดจะแล้วแต่ส่วนขอบขององค์พระมักเห็นเนื้อดินเกินออกมาจากพิมพ์พระเกิดเนื่อง จากการกดพิมพ์ลงไปที่แผ่นไม่กระดานทำให้เนื้อดินเหนียวส่วนที่ล้นเกินออกมา แต่จะพบเห็นได้ว่ามีการใช้ของมีคมตัดแต่งส่วนที่เกินออกมา เช่น ช้อน เปลือกหอยกาบ มีด หรือตอกไม้ไผ่ จึงแลดูเป็นเหลี่ยมๆ ก็มีให้เห็นได้เกือบทุกองค์
ประสบการณ์ของพระสมเด็จหลวงปู่ยิ้มรุ่นนี้ ชาวบ้านที่นำสมเด็จหลวงปู่ยิ้มใส่ในปากปลาช่อนแล้วเอามีดฟันแต่ฟันไม่เข้า จึงถือเป็นของดีที่น่าใช้ และเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตลอดจนจังหวัดใกล้เคียง