สภาพสวยงาม แบบหลังแยก พร้อมเลี่ยมเงิน ส่งฟรี ครับมวลสารในสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่1. ปูนเปลือกหอย สมัยก่อนเขาจะใช้เปลือกหอยมาเผาแล้วบดให้ละเอียด ก็จะได้เป็นปูนขาว ซึ่งเป็นส่วนผสมหลัก2. เม็ดสีเทา มีทั้งเทาอ่อน และเทาเข้ม ลักษณะก้อนเล็ก ๆ มีค่อนข้างน้อย3. เม็ดสีเขียว มีทั้งเขียวอ่อน และสีเขียวหยก แบบนี้ก็มีน้อยมาก4. ผ้าแพรห่มพระพุทธและก้านธูปสมเด็จโตจะหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และผสมลงไป5. อิฐแดง สันนิษฐานว่าเป็นเศษซุ้มกอมาตำให้ละเอียดแล้วนำมาผสม6. เม็ดพระธาตุ ลักษณะเป็นสีขาวอมเหลือง มีทั้งก้อนเล็กและก้อนใหญ่7. น้ำมันตั่งอิ้วเป็นตัวประสาร และยังมีมวลสารอื่น ๆ อีกเอาวัสดุทั้งหมดผสมกันโดยใช้น้ำมันตั่งอิ้วเป็นตัวประสาร แล้วปั้นเป็นแท่ง แล้วตัดออกเป็นชิ้น ๆ ที่เรียกว่า "ชิ้นฝัก" แล้วนำมากดในแม่พิมพ์ ก่อนนำมวลสารไปกดในแม่พิมพ์ คาดว่า น่าจะนำแป้งโรยพิมพ์ก่อนเพื่อที่จะให้มวลสารไม่ติดในพิมพ์ แล้วนำแผ่นไม้มากดย้ำด้านหลังจึงเกิดเป็นหลังแบบต่าง ๆ เมื่อกดเสร็จแล้ว ก็เคาะออก แล้วตัดข้างออก 4 ด้าน เสร็จแล้วนำไปตากแห้ง แล้วให้สมเด็จโตปลุกเสกต่อไปจากวันนั้นถึงวันนี้ อายุพระก็ร้อยกว่าปี พื้นผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ด้านหน้า- เส้นซุ้ม ตอนเริ่มสร้างกดพิมพ์ เส้นซุ้มจะเป็นสามเหลี่ยม คือปลายบนแคบ ด้านล่างจะกว้าง เมื่อเวลาผ่านไปร้อยกว่าปี เส้นซุ้มด้านนอกหดเข้าเกือบตั้งฉาก ส่วนด้านในเส้นซุ้มหดตัว ม้วนเข้าค่อนข้างกลมแบบเส้นลวด จุดนี้เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่ง ซึ่งถ้าคนทำพระปลอม นำสมเด็จของแท้ไปถอดพิมพ์ เส้นซุ้มที่ถอดออกมา ตีนเส้นซุ้มก็จะบานออก ซึ่งถ้าเข้าใจตรงนี้ยังไงก็ไม่โดนของปลอม ส่วนตั้งแต่เกศ, เศียรพระ, แขน, ลำตัว ฐานพระก็เหมือนกัน ลองสังเกตดู ส่วนพื้นผิวที่มี รูเล็ก ๆ หรือที่เรียกว่า "รอยปูไต่" ซึ่งเกิดจากมวลสารบางชนิดเกิดการย่อยสลายและหลุดออกจึงเกิดเป็นรูเล็ก ๆ ส่วนพื้นผิวที่เรียกว่า "คราบแป้งยังอยู่" พื้นผิวชนิดนี้มีลักษณะสีขาวอมเหลือง มีทั้งหนาและบาง เกิดจากเวลานำเนื้อพระมากดพิมพ์ เนื้อพระก้อนนั้นค่อนข้างเหลว เวลากดพิมพ์เสร็จแล้วใช้ไม้เคาะ ๆ ย้ำ ๆ น้ำปูนเปลือกหอยก็ไหลลงล่าง จึงเกิดเป็นผิวแป้งด้านหน้าพระ เมื่อเวลาผ่านไปร้อยกว่าปี การหดตัวของพระ การหลุดล่อนของมวลสาร การถูกสัมผัสเนื่องจากการใช้ เม็ดมวลสารก็โผล่ขึ้นมา เช่น เม็ดพระธาตุ เม็ดสีเทา และอื่น ๆ พูดถึงเม็ดพระธาตุ บางเม็ดบนพื้นผิวอาจถูกนำมาวางใหม่ เนื่องจากพระบางองค์ เม็ดพระธาตุหรือเม็ดมวลสารบางเม็ดหลุดร่อนไปทำให้เกิดเป็นรู เจ้าของพระบางคนก็จะให้ช่างแต่งพระหามวลสารที่ใกล้เคียงนำมาวางแทน วิธีสังเกตเม็ดพระธาตุของแท้ ขอบข้างเม็ดพระธาตุจะต้องสนิทชิดแน่น บางทีมีเปลือกผิวทับตามขอบก็มี หรืออีกแบบคือเม็ดพระธาตุจะชิดแค่ข้างเดียว อีกข้างจะห่างจากขอบเล็กน้อย ส่วนผิวบนเม็ดพระธาตุจะเสมอกับพื้นผิวข้าง ๆ หรืออาจจะต่ำกว่าผิวข้าง ๆ เล็กน้อยก็ได้ ส่วนเม็ดพระธาตุที่มาวางใหม่ขอบข้าง ๆ จะหลวมโดยรอบ พื้นผิวบนบางทีทำไม่เนียนจะสูงกว่าพื้นผิวข้าง ๆ แล้วแต่งสีให้ใกล้เคียงหลักการพิจารณาด้านหลังสมเด็จวัดระฆังสมเด็จวังระฆัง ได้แบ่งการดูลักษณะด้านหลัง ออกเป็น 5 แบบ คือ1. แบบหลังกระดานหลังแบบนี้จะสังเกตเห็นได้ว่าจะมีเส้นขวางเป็นบั้ง ๆ มีทั้งเล็กและใหญ่สลับกันไป สาเหตุที่เกิดหลังแบบนี้ เป็นเพราะไม้อันที่นำมากดพิมพ์ด้านหลังมีรอยผ่าไม้ซึ่งเกิดจากคลองเลื่อยค่อนข้างหยาบ กดหลังพระจึงเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญในการดูด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง2. แบบหลังกาบหมากสมเด็จวัดระฆังส่วนใหญ่ใช้ไม้กด หลังกาบหมากก็เช่นกัน น่าจะเกิดจากการนำเอาแผ่นไม้ที่ไม่ได้ผ่านการไสให้เรียบ แล้วนำมากดหลังพระ เมื่อกดเสร็จแล้วจะได้พื้นผิวที่หยาบ เมื่อเวลาผ่านไป เส้นต่าง ๆ เกิดการยุบตัว, หดตัว, หลุดล่อน จึงเกิดเป็นเส้นนูนขนาดเล็ก มีทั้งเส้นสั้น และยาวสลับกันไป และจะเกิดตามแนวขวางขององค์พระทั่วทั้งแผ่นหลังขององค์พระ3. แบบหลังสังขยาหลังแบบนี้ นักเลงพระรุ่นเก่า เรียกว่า "หลังขนมสังขยา" นี่ก็เป็นหลังอีกแบบหนึ่งของสมเด็จวัดระฆัง มีลักษณะเป็นหลุมเล็กและใหญ่สลับกันไป สาเหตุเนื่องจากมวลสารหลุดล่อนไป และบางส่วนมีการหดตัว, รอยย่นเป็นคลื่นกระจายไปทั่วแผ่นหลังขององค์พระ4. แบบหลังเรียบนี่ก็เป็นหลังอีกแบบที่มีมากที่สุดของสมเด็จวัดระฆัง หลังแบบนี้จะมีพื้นผิวค่อนข้างเรียบเป็นส่วนใหญ่ และจะมีรอยเป็นคลื่น สูงต่ำบ้าง และจะมีเป็นหลุมเนื่องจากมวลสารหลุดล่อนบ้างเล็กน้อย5. แบบหลังแยกหลังแบบนี้ ผู้เขียนขอเพิ่มเติมเป็นแบบที่ 5 เพราะเป็นหลังที่สำคัญมาก มีลักษณะดังนี้ ถ้าเป็นแนวตั้ง รอยแยกจะเกิดขึ้นเป็นแนวเฉียงเป็นริ้ว ๆ ตามขอบ ขนาดเล็กใหญ่สลับกันไป ส่วนแนวนอน รอยแยกจะเกิดเล็กน้อย รอยแยกจะมีลักษณะเอียงเกือบขนานกับขอบล่างและขอบบนเท่านั้น
Copyright 2013, All Rights Reserved. by Talad-pra.com พระเครื่อง ,ศูนย์พระเครื่อง ,ตลาดพระ ,ขายพระ ,ตลาดพระเครื่อง ,ขายพระเครื่อง , ฝากพระเครื่อง , ประมูลพระเครื่อง , ตลาดออนไลน์ !