วัตถุมงคลรุ่นนี้ หลวงปู่นาม ท่านมีเจตนาแน่วแน่ในการจัดสร้าง โดยเฉพาะ "พระกริ่งพรหมรังสี" โดยท่านกล่าวกับลูกศิษย์ว่า พรหมรังสี แปลตามภาษา พระบ้านนอกความรู้น้อยอย่างอาตมาว่า "รัศมีของพรหม" อ้างอัญเชิญพระพุทธเจ้าบรมศาสดา ทรงได้รับยกย่องว่าเป็น "พระพุทธเจ้า" ท่านอยู่เหนือพรหม อยู่ยอดพรหม แผ่ฉัพพรรณรังสีคุมพรหมทั้งหมด นามพรหมรังสี จึงเทิดทูนพระพุทธเจ้าว่า ทรงพระเมตตา แผ่ฉัพพรรณรังสีรัศมีความดีบริสุทธิ์อยู่เหนือ พรหม เหนือโลกทั้งปวง หมายความว่า เป็นพระนามหนึ่งของพระพุทธองค์ ที่ทรงแผ่รังสี ปกคลุม เหล่าสาธุชนทุกทั่วหน้าไม่เลือกชั้นวรรณะพลานุภาพ สงเคราะห์สรรพสัตว์หาเลือกไม่ อีกประการหนึ่งต้องการบูชาพระคุณมหาเถระผู้เป็นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์นามว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ทรงมีฉายานามตามพระบาลีว่า "พรหมรังสี" รับภารธุระทั้งคดีโลก คดีธรรม เป็นหลักแห่งพุทธศาสนาในช่วงรัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระปิยมหาราช (รัชกาลที่ 5) สรรพวิชาบารมี ยังเกื้อกูลมายังพระบ้านนอกอย่างอาตมาได้มี บุญร่ำเรียน ถือหลักสนองพระคุณแผ่นดิน สงเคราะห์พุทธบริษัทมาถึงปัจจุบันกาล มีพุทธบาลีว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่าพรหมบุรพาจารย์ บุรพเทพ อาหุเนยยบุคคล นี้เป็นชื่อของมารดาและบิดา ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดา และบิดาเป็นผู้มีอุปการะมาก เลี้ยงดูบุตร เป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตรฯ" เมื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย อันทรงคุณสูงสุดแล้ว ก็ต้องกราบบิดามารดาผู้เป็นดุจพรหมของบุตรด้วย คำว่า "พรหมรังสี" จึงอุปมาได้ว่า รัศมีแห่งบิดา-มารดาที่อุ้มชูเรามา พระคุณตราบแผ่นฟ้า ผืนดินก็หาสิ้นไม่" นักสะสมท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงปู่นามกล่าวว่า ตอนแรกที่สร้างพระกริ่งรุ่นนี้ คิดว่าคนไม่ค่อยสั่งจองกัน เพราะมีปัญหาเรื่องม็อบ และวัดก็ไม่มีทุนที่จะสร้างมากนักจึงเปิดให้จอง แต่เกินคาด ทุกคนเข้าใจเจตนาดีของหลวงปู่นามและกรรมการวัด จึงมีคนจองจำนวนมาก และซื้อขายใบจองกันหลายเท่าตัว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เปิดให้รับของที่จองไว้ ราคาผ่านเว็บ และราคาหน้าร้านได้พุ่งไปไกลมาก เพราะพระทุกองค์สวยงามเต็มเปี่ยมไปด้วยพุทธคุณที่หลวงปู่นามตั้งใจสร้าง คาดการณ์ว่าจะเป็นพระกริ่งสายหลักอีกชุดของจังหวัดสุพรรณบุรีและส่วนกลาง ตอนที่หลวงปู่นามปลุกเสกเดี่ยวในโบสถ์ 9 วันนั้น มีกรรมการวัด 2 ท่าน และสามเณรนอนในโบสถ์เฝ้าพระที่ปลุกเสก ทั้งกรรมการและสามเณร เจอเหตุการณ์แปลกๆ เช่น ตอนเที่ยงคืนได้ยินเสียงพระสวดมนต์ดังก้องมาจากในโบสถ์ ทั้งที่หลวงปู่นามอยู่ในกุฏิไกลถึง 300 เมตร และกุฏิท่านก็ปิดไฟเงียบ
พระกริ่งเป็นพระเครื่องชั้นสูง มีการสร้างมาแต่สมัยอยุธยา พระกริ่ง หลวงปู่นาม ท่านหมายอัญเชิญบารมีพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า ครูบาอาจารย์ทั้งปวง มีองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นที่สุด และอัญเชิญ พรหม เทวดา ทุกชั้นฟ้า คุณ บิดา มารดา มารวมพลังในพระกริ่ง องค์น้อยองค์นี้ ตามตำราการสร้างพระกริ่ง ตำรับสมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว, หลวงปู่นาม จารแผ่น ชนวนหล่อ ใข้แผ่นยันต์ 108 นปัถมัง 14 นะ จากพระสงฆ์ วัดระฆังโฆสิตาราม จารลงมาถวาย นอกจากนี้ยังได้รับความเมตตาจากพระสงฆ์ผู้ใหญ่ของวัดระฆัง จารแผ่นทอง นำมาหล่อ ดังรายการต่อไปนี้ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เจ้าคุณเที่ยง) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม (ท่านเป็นสหธรรมิก กับหลวงปู่นาม หลวงปู่นามเรียกท่านว่า มหาเที่ยง เจ้าคุณเที่ยงเรียก หลวงปู่นามว่า ท่านพระครู) ที่สำคัญ เนื้อนวโลหะ หลวงปู่นาม และพระธรรมธีรราชมหามุนี (เจ้าคุณเที่ยง) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เททองร่วมกัน ด้วยทองคำหนัก 10 บาท หลวงปู่ และเจ้าคุณเที่ยง หย่อนทองคำแท่งลงในเบ้าหลอม ด้วยตัวท่านเอง
Copyright 2013, All Rights Reserved. by Talad-pra.com พระเครื่อง ,ศูนย์พระเครื่อง ,ตลาดพระ ,ขายพระ ,ตลาดพระเครื่อง ,ขายพระเครื่อง , ฝากพระเครื่อง , ประมูลพระเครื่อง , ตลาดออนไลน์ !